พ่อแม่มือใหม่ที่เตรียมตัวมีลูกต้องรู้ ! วิธีการรักษา ภาวะการมีลูกยาก

ภาวะมีลูกยากสามารถรักษาได้ด้วยยา การผ่าตัด หรือการช่วยตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยวิธีรักษาที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วยตามปัจจัยต่าง ๆ โดยวิธีรักษาภาวะมีลูกยากของผู้ชายและผู้หญิงมี ดังนี้

เมื่อร่างกายไม่พร้อมกับการเป็นคุณแม่ มีสาเหตุมาจาก…

กระบวนการสืบพันธุ์ของเพศหญิงประกอบด้วยการทำงานของรังไข่ ท่อนำไข่ และมดลูก หากประสบปัญหาสุขภาพหรือปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็จะมีลูกได้ยาก โดยปัญหาสุขภาพและปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดภาวะมีลูกยากประกอบด้วย

รู้ก่อน มีก่อน !! กับสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายมีลูกยาก

ผู้ชายที่ประสบภาวะมีลูกยากจะต้องเข้ารับการตรวจอสุจิ พิจารณาจากค่าความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ ผลการตรวจนี้จะช่วยวินิจฉัยปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะมีลูกยาก โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้ชายประสบภาวะดังกล่าวนั้นมีหลายอย่าง ดังนี้

การมีลูกยาก มีสาเหตุมาจาก ?

เมื่อคู่สมรสที่มีความสัมพันธ์ ทางเพศเป็นปกติเป็นเวลา 12-24 เดือนขึ้นไป แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ โดยไม่มีการการคุมกำเนิดใดๆ กลุ่มนี้ก็ถือว่ามีอาการภาวะมีลูกยาก พิจารณาตรวจหาสาเหตุ และแก้ไขรักษา ในปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีแขนงนี้ก้าว หน้าไปไกลมาก มาดูกันว่าที่มีลูกยาก ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเกิดจากอะไร สาเหตุจากฝ่ายชาย           ฝ่ายชายการมีลูกยาก จะพบประมาณร้อย ละ 20-30 สามารถพิสูจน์ได้โดยการตรวจ วิเคราะห์น้ำอสุจิ เป็นการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ธรรมดา หรือ อาศัยคอมพิวเตอร์ช่วยตรวจหา กรณีที่ผล ออกมาผิดปกติ กรรมวิธีการรักษาจะข้ามขั้นตอนไปทำ “อิ๊กซี่” หรือ “เด็กหลอดแก้ว” ได้เลย            กรณีที่ผลออกมาปกติ ต้องทดสอบคุณสมบัติของตัวอสุจิ โดยตรวจดูความสามารถของตัวอสุจิในมูกปากมดลูก ตรวจว่าตัวอสุจิสามารถอยู่รอดและเคลื่อนไหวในมูกปากมดลูกได้หรือไม่            ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่ จำนวนสเปิร์มน้อย การเคลื่อนไหวแหวกว่ายผิดปกติ ท่อนำเชื้อหรือท่อปัสสาวะตีบตัน โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การติดเชื้อ หรือผิดปกติตั้งแต่กำเนิดในระบบสืบพันธุ์            โรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดปัญหาการมีบุตรยากที่สำคัญได้แก่ โรคหนอง ในแท้ และโรคติดเชื้อคลามัยเดีย ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ที่พบได้บ่อย และมีผลต่อการสร้างตัวอสุจิด้วย สาเหตุจากฝ่ายหญิง            ฝ่ายหญิงพบได้ประมาณร้อยละ 40 – 50 การทำงานของระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ…

ฟื้นตัวเร็วหลังผ่าคลอด ทำได้อย่างไรบ้าง!

คุณแม่หลายคนมีเหตุจำเป็นหลายอย่างที่ทำให้คลอดธรรมชาติไม่ได้ จำเป็นต้องผ่าคลอด ซึ่งการผ่าตัดคลอดนับเป็นวิธีที่ทำให้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าคลอดธรรมชาติ ดังนั้น คุณแม่จำเป็นต้องศึกษาว่าหลังผ่าคลอดแล้วต้องทำอย่างไรเพื่อจะได้ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ : ควรลุกขึ้นนั่ง หรือเดินให้บ่อยเท่าที่ทำได้ เพราะการขยับตัวจะทำให้ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ และหลังผ่าคลอด แผลผ่าจะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญยังช่วยลดปัญหาพังผืดได้อีกด้วย หากพบว่ามีอาการเจ็บหรือปวดแผลมากขึ้น นั่นคือ อาการผิดปกติต้องบอกแพทย์ทันที ล้างแผลทุกวัน : หากเป็นแผลชนิดที่ยังไม่ตัดไหม เพื่อให้แผลสะอาดและเพื่อเป็นการสมานบาดแผลให้หายสนิทได้อย่างรวดเร็ว ก็ควรใส่ใจดูแลเรื่องความสะอาดของแผลทุกวัน รวมทั้งต้องนอนพักผ่อนให้มากๆ ด้วย ทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง : เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้านต้องทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยาแก้ปวดและยาบำรุงเลือดเพื่อชดเชยเลือดที่คุณแม่สูญเสียไปหลังผ่าตัดคลอด สำหรับยาสมุนไพรต่างๆ ควรทานโดยอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ : หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารรสเผ็ดจัด ยาสมุนไพรต่างๆ อาหารเสริม ควรกินผัก ผลไม้และดื่มน้ำให้มาก หากท้องผูกจะต้องเบ่งอุจจาระมากซึ่งอาจทำให้เจ็บแผลผ่าได้ งดมีเพศสัมพันธ์และทำกิจกรรมหนักๆ : หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ และไม่ควรยกของหนัก หลังจากแพทย์นัดตรวจหลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ เมื่อพบว่ามดลูกเข้าอู่ในสภาวะปกติแล้ว จึงสามารถทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงออกกำลังกายและมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ สังเกตอาการผิดปกติก่อนแพทย์นัดตรวจ : หลังคลอด 6 สัปดาห์…