ตกขาวของคู่กายผู้หญิง

  ตกขาวเป็นสิ่งที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด และสิ่งนั้นไม่ใช่เลือด ดังนั้นตกขาวจึงมีสีอะไรก็ได้ตามภาวะที่เกิดขึ้นช่วงนั้น ส่วนใหญ่จะมีสีขาว แต่บางครั้งอาจมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเรามาดูความแตกต่างของตกขาวปรกติ กับตกขาวที่ไม่ปรกติกัน ตกขาวปกติ เป็นตกขาวที่พบได้ในภาวะปรกติ  ตกขาวแบบนี้มีสีขาว คล้ายแป้งเปียก  มีปริมาณไม่มาก ไม่คัน กลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย  ไม่เหม็น ในบางช่วงอาจมีปริมาณมากขึ้นเล็กน้อย เช่น  ช่วงก่อนมีรอบเดือน หลังมีรอบเดือน ช่วงไข่ตก หรือในช่วงตั้งครรภ์  ตกขาวเป็นสารที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด ส่วนสิ่งที่ถูกขับออกมานั้นมาจากต่อมต่างๆ ในระบบสืบพันธุ์  ซึ่งได้แก่ น้ำที่หลั่งจากต่อมใต้ผิวหนัง  บริเวณช่องคลอด เพื่อหล่อลื่นปากช่องคลอด เซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดที่หลุดลอกออกมา มูกจากต่อมที่ปากมดลูก โปรตีน  เกลือแร่  ที่มาจากผนังช่องคลอด  เยื่อบุโพรงมดลูก และหลอดมดลูก กรดแลคติคซึ่งแบคทีเรียในช่องคลอดสร้างจากไกลโคเจน  ของเยื่อบุผนังช่องคลอด ตกขาวที่ไม่ปกติ คือตกขาวที่มีปริมาณมาก   มีกลิ่นเหม็น ลักษณะอาจเป็นหนอง  มูกปนหนอง ปนเลือด มีฟอง และมักมีอาการอื่นๆ ประกอบด้วย  เช่น คัน แสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด หรือปวดท้องน้อยร่วมด้วยก็ได้  ช่องคลอดอักเสบ  ซึ่งมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  เชื้อพยาธิ…

ช่องคลอดแห้ง ถึง คราวแห้ง คัน

    อวัยวะส่วนสำคัญของคุณผู้หญิงนี้ โดยธรรมชาติแล้วจะมีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน ซึ่งจะมีฤทธิ์กระตุ้นให้เยื่อบุผนังช่องคลอดมีการผลิตน้ำหล่อลื่น ทำให้เกิดความชุ่มชื้น และมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ อันจะเป็นการช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ในเบื้องต้น ดังนั้นปัจจัยที่ผิดไปจากธรรมชาติทั้งหลาย ก็ย่อมจะทำให้เกิดปัญหาช่องคลอดแห้งเกินไปตามมา สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง 1.การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น กรณีที่เข้าสู้วัยหมดระดุหรือวัยทอง ภาวะถุงน้ำหรือเนื้องอกที่รังไข่ซึ่งทำให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ไม่เกิดการสร้างไข่หรือตกไข่ตามธรรมชาติ รวมไปถึงโรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น ความไม่สมดุลของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น 2.อากาศเย็นจัด เป็นปัจจัยให้ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ สูญเสียความชุ่มชื้นได้โดยง่าย 3.การระคายเคือง จากการแพ้สารต่างๆ เช่น ขอบกางเกงชั้นในผ้าอนามัย แป้งหรือครีมบำรุงทั้งหลายที่ใช้ทาในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดผื่นแดง คัน เยื่อบุแห้ง และระคายเคือง 4.ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำมากเกินไป เช่นดื่มน้ำน้อย หรือมีการสูญเสียน้ำ จากการมีไข้ จากเหงื่อ หรือภาวะท้องร่วงรุนแรง 5.สุขอนามัยที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการล้างด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูงเกินไป ตลอดจนการใช้น้ำยาต่างๆ ที่โฆษณาว่าใช้ล้างจุดซ่อนเร้นซึ่งมักผสมสารที่ให้กลิ่นหอม และบ่อยครั้งทำให้ช่องคลอดแห้ง อาการและปัญหาที่ตามมา การที่เยื่อบุผนังช่องคลอดแห้งเกินไปนั้น อาการแรกที่พบบ่อยที่สุดก็คือ อาการคัน ซึ่งจะเป็นการคันที่รุนแรงและทรมานมาก ทั้งนี้เพราะเวลาคันนั้น จะเอามือไปเกาเหมือนเวลาที่เราคันตามแขนขานั้นก็ย่อมทำไม่ได้โดยง่าย เพราะตรงนั้นน้องสาวนั่นเป็นช่องหลืบลึกเข้าไปข้างในต้องล้วงนิ้วเข้าไปไปเกา ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลฉีกขาดจากความคมของเล็บที่ไปครูด…

“ปีกมดลูกอักเสบ”

ปีกมดลูกอักเสบ การอักเสบของท่อรังไข่ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ระหว่างอายุ15-45 ปี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผ่านช่องคลอดเข้าไปทางปากมดลูกขึ้นไปในโพรงมดลูกบางครั้งอาจพบการติดเชื้อร่วมกันในหลายตำแหน่ง และเรียกรวมๆ กันว่า “อุ้งเชิงกรานอักเสบ”

อาการมดลูกอักเสบ คืออะไร?

อาการมดลูกอักเสบ มักพบบ่อยหลังจากคุณแม่คลอดลูกแล้ว อาการที่คุณแม่จะรู้ได้ว่า มดลูกอักเสบ คือ มีอาการปวดท้อง และมีไข้ขึ้นสูง เมื่อคุณแม่หลังคลอดพบว่ามีอาการควรรีบพบแพทย์ทันทีเพราะเป็นอาการข้างเคียงที่อันตรายสำหรับคุณแม่หลังคลอด

สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดมีกลิ่น

สุขอนามัยที่ไม่ดี: มีสิ่งสกปรกตกค้างบริเวณช่องคลอด แล้วไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาดกำจัดสิ่งเหล่านั้นออกไป เช่น ไม่รักษาความสะอาด ไม่อาบน้ำทำความสะอาดอวัยวะเพศ ทำให้หมักหมมสิ่งสกปรกจนเกิดการอักเสบ

ผิวเสื่อมสภาพ..เกิดจากอายุเข้าเลข 4

ริ้วรอย สัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงผิวที่เริ่มมีอายุมากคือริ้วรอย ที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุ 25 เป็นต้นไปหรือเข้าสู่วัยทองก่อนวัย เกิดเสียก่อนวัยขึ้นตามจุดต่างๆ บนใบหน้าและสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด โดยจะเริ่มเป็นริ้วบางๆ ก่อน โดยจุดที่มักสังเกตเห็นได้ง่ายคือบริเวณหางตา หรือที่เราเรียกกันว่ารอยตีนกานั่นเอง นอกจากนั้นแล้วสาวๆ บางคนอาจสังเกตเห็นริ้วรอยบริเวณแก้มหรือหน้าผาก ที่มักจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้าต่างๆ และเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้นก็จะยิ่งเป็นรอยชัดและลึกขึ้นเรื่อยๆ ส่วนริ้วรอยบริเวณมุมปากที่ไล่ลงมาตั้งแต่บริเวณปีกจมูกมักมีความสัมพันธ์กับการสูญเสียวอลุ่มของผิวหนังด้วย การสูญเสียวอลุ่มของเซลล์ผิว บางครั้งการสูญเสียวอลุ่มของเซลล์ผิวสามารถสังเกตได้จากผิวที่หย่อนคล้อย ไม่มีคอนทัวร์ การที่ผิวสูญเสียวอลุ่มทำให้ใบหน้าดูหย่อนยาน แลดูเศร้า รูปหน้าเปลี่ยนไป จากหน้าเรียว V shape กลายเป็นหน้าบึ้งแลดูคล้ายตัว U มากกว่า การสูญเสียความหนาแน่นของเซลล์ผิว เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยทอง การสูญเสียความหนาแน่นของเซลล์ผิวจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดจากผิวที่แห้งแลดูบางลงและมีความอ่อนแอ การสูญเสียความหนาแน่นของผิวมีผลกระทบต่อผิวทั่วใบหน้า แตกต่างจากริ้วรอยหรือการหย่อนคล้อยของหน้าที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดเท่านั้น   ริ้วรอยเกิดขึ้นในทุกชั้นผิว การเปลี่ยนแปลงของผิวที่มีอายุมากขึ้น เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังทั้ง 3 ชั้น ชั้นหนังกำพร้า เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวเริ่มช้าลงและร่างกายผลิตไขมันน้อยลง ทำให้ผิวดูแห้งกร้านได้ นอกจากนั้นแล้วผิวยังเซนซิทิฟกับรังสียูวีมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ง่ายและเร็วเหมือนผิววัยหนุ่มสาว แพ้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ชั้นหนังแท้ มีองค์ประกอบหลัก คือ คอลลาเจน ที่ให้ความยืดหยุ่นกับผิว แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงประมาณปีละ 1% ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวมีคุณภาพลดลง ผิวจึงมีอาการหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น…