อาการร้อนวูบวาบและฮอร์โมนไม่คงที่

อาการร้อนวูบวาบเกิดจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้หลอดเลือดขยาย และอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติของหัวใจด้วย ซึ่งมักพบในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง

สัญญาณเตือนเมื่อผิวเสื่อมและขาดน้ำ

ผิวขาดน้ำ เกิดจากการที่เซลล์ผิวของคุณ เสื่อมสภาพ อ่อนแอลง และไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เช่น อายุ มลภาวะ แสงแดด ความเครียด เครื่องสำอาง ฯ พวกนี้คือตัวกระตุ้น ที่ทำให้เซลล์ผิวที่อ่อนแออยู่แล้ว ถูกทำลายและตายลงในที่สุด โดยดูจากสัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นกับร่างกายดังต่อไปนี้

ดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการร้อนวูบวาบ 

ดูแลตัวเอง เมื่อมีอาการร้อนวูบวาบ  1.ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หากเกิดอาการร้อนวูบวาบเนื่องจากวัยทอง ควรรับประทานอาหารที่เสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น อาหารจำพวกถั่วเหลือง เต้าหู้ ควรรับประทานธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน ข้าวสาลี ถั่วขาว ถั่วแขก ซึ่งมีกรดไขมัน วิตามิน และใยอาหาร รับประทานปลาทะเล อย่างปลาแซลมอน และปลาทูน่า ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิว 3.ดับร้อนด้วยเย็น วิธีง่ายๆ ในการลดอุณหภูมิร่างกายคือ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ง เย็นสบาย หรือสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ก็มีส่วนช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้เช่นกัน 4.รับประทานสมุนไพรคลายอาการร้อน สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น และมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิร่างกายมีหลายชนิด เช่น สะระแหน่ โสม ซึ่งเราสามารถรับประทานสมุนไพรสดๆ หรือนำผ่านความร้อนด้วยการต้มหรือชงดื่มในรูปแบบชาก็ได้ 5.ออกกำลังกายเป็นประจำ2.รับประทานอาหารเสริม สารที่ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ ได้แก่ เอสโตรเจน ซึ่งบางครั้งแพทย์มักจ่ายให้สตรีวัยทองเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่าง รวมถึงวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี และอี ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินบี ซึ่งช่วยลดอาการปวดร้อนตามปลายประสาท อีกทั้งบรรเทาอาการเครียดและซึมเศร้าในสตรีวัยทองด้วย การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การวิ่ง…

ไลฟ์สไตล์ก็ช่วยป้องกันมดลูกป่วย

วิธีดูแลมดลูก จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการใช้ชีวิตประจําวันผิดๆ อาจส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงตกอยู่ที่ท้องส่วนล่าง ทําให้ข้อต่อเชิงกรานกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอ ทําให้มดลูกของเราป่วยได้ในที่สุด 

การรักษาภาวะมดลูกต่ำ

ขมิบช่องคลอดบ่อยๆ ปฏิบัติทุกวันอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ยังเป็นไม่มากให้ทำประมาณ 100 ครั้งต่อวัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้อุ้งเชิงกรานแข็งแรงและกระชับมากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากอาการไม่ดีขึ้นควรจะต้องมาพบแพทย์
ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงอุ้งเชิงกราน วิธีนี้แพทย์จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Vaginal Pessary สอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อช่วยพยุงมดลูก ทั้งนี้ผู้ป่วยจะต้องทำความสะอาดให้ดีและต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ แต่มีข้อเสียคือหากมดลูกหย่อนมากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง รวมทั้งมีปัญหาขณะมีเพศสัมพันธ์
การใช้ฮอร์โมน เป็นการช่วยให้มดลูกกลับมากระชับแข็งแรง วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น
การผ่าตัด กรณีที่อยู่ในภาวะมดลูกหย่อนระดับรุนแรง อาจจะต้องผ่าตัดมดลูกออก หรือผ่าตัดนำเอาเนื้อเยื่อส่วนอื่นมาปะแทนเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ หรือผ่าตัดดึงมดลูกให้กลับเข้าตำแหน่งเดิม แต่จะมีข้อเสียคือไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่ต้องการมีบุตร เพราะจะทำให้การผ่าตัดไม่ได้ผล

เชื้อราหลังเป็นประจำเดือน

คุณสาว ๆ ที่กำลังมีเจอปัญหาหลังเป็นประจำเดือน มักจะมีการเกิดเชื้อราในช่องคลอดตามมา 
ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องลับ ๆ อย่าง ช่องคลอด ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความใส่ใจ และคอยสำรวจความผิดปกติอยู่เสมอ เพราะสัญญาณหลาย ๆ อย่างอาจจะเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ตามมาได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีอาการบางอย่างที่ผู้หญิงเป็นกันได้บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไร ก็คือ “การเกิดเชื้อราหลังเป็นประจำเดือน”