ไลฟ์สไตล์ก็ช่วยป้องกันมดลูกป่วย

ไลฟ์สไตล์ก็ช่วยป้องกันมดลูกป่วย
วิธีดูแลมดลูก จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการใช้ชีวิตประจําวันผิดๆ อาจส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงตกอยู่ที่ท้องส่วนล่าง ทําให้ข้อต่อเชิงกรานกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอ ทําให้มดลูกของเราป่วยได้ในที่สุด
ไม่นั่งๆ นอนๆ
การใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ และขาดการออกกําลังกายทําให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงมดลูกและอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดให้ขาของเราเป็นเส้นเลือดเดียวกับที่ส่งเลือดไปที่มดลูก รังไข่ และช่องคลอดของเรา ดังนั้น ถ้าเรานั่งนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งทํางานกับโต๊ะ การนั่งไขว่ห้าง การอยู่ในท่ายืนหรือท่านั่งเป็นเวลานาน ไม่ยืดแข้งยืดขาเสียบ้าง จะทําให้เลือดคั่งบริเวณอุ้งเชิงกราน เลือดที่ไปเลี้ยงมดลูก รังไข่ และช่องคลอดจะไหลได้ไม่เต็มที่
ให้ความอบอุ่น
หากท้องน้อยมีเลือดคั่งหรือมีความเย็นสะสม จะทําให้เกิดซีสต์ในมดลูกหรือมดลูกอักเสบได้ง่าย จึงต้องขับเลือดที่คั่งและสลายความเย็นที่สะสมอยู่รอบๆ สะดือ รังไข่ และมดลูกออกไป แนะนําให้ประคบท้องน้อยด้วยถั่วแดงอุ่นๆ ทั้งนี้เพราะถั่วแดงจะช่วยบรรเทาอาการเลือดคั่ง ลดบวม บรรเทาอาการอักเสบ
พักผ่อนให้เพียงพอ
อย่าปล่อยให้ร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป การพักผ่อนจะช่วยให้สมองและรังไข่ได้รับการบํารุงและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายสมบูรณ์พร้อม จะทําให้ฮอร์โมนทํางานเป็นปกติ
ไม่สวมเสื้อผ้ารัด
ข้อนี้สาวๆ อาจคิดไม่ถึงว่าการสวมเสื้อผ้าที่รัดหน้าท้องทําให้ท้องน้อยซึ่งเป็นที่อยู่ของมดลูกถูกบีบรัด ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบายๆ แทน จะเห็นได้ว่ามดลูกมีส่วนกําหนดสุขภาพผู้หญิงอย่างมาก ในทางกลับกันเราก็มีส่วนกําหนดสุขภาพของมดลูกด้วยเช่นกัน

มีบุตรยาก

“สาเหตุ” ของการมีบุตรยาก     ปัญหามีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย  เกิดจากไลฟ์สไตล์ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด ติดสารเสพติด ปัญหาที่เกิดจากอายุและปัญหาทางสุขภาพ เช่น อายุมากขึ้นและอาจมีความผิดปกติของฮอร์โมนจนอาจเป็นสาเหตุให้มีอาการหลั่งน้ำอสุจิโดยไม่มีตัวอสุจิหรืออสุจิน้อยลงจนไม่มี เชื้ออสุจิมีรูปร่างผิดปกติ เชื้ออสุจิอ่อนแอ ปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว มีเพศสัมพันธ์ลดน้อยลง และเวลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาสุขภาพ เช่น เป็นหมัน หรือต้องรับเคมีบำบัด ปัญหามีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายหญิง  เกิดจากไลฟ์สไตล์ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด ติดสารเสพติด การเลือกอาหารการกินที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ เกิดจากความอ้วน มีความเครียดที่เกิดจากการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว ปัญหาที่เกิดจากอายุและปัญหาทางสุขภาพ เช่น เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน อายุที่มากขึ้นทำให้มีปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะไข่ไม่ตก ท่อรังไข่อุดตัน มีเนื้องอกในมดลูก มีพังผืดเกิดขึ้นในช่องเชิงกรานหรือที่ปีกมดลูก หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยในผู้หญิงที่มีบุตรยาก ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่มีปัญหาบริเวณมดลูก มักจะมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ มีอาการปวดท้องผิดปกติ หากมีการตรวจพบแต่แรก ก็มีโอกาสรักษาให้หายและพร้อมจะมีบุตรตามธรรมชาติได้ ปัญหามีบุตรยากที่เกิดจากทั้งสองฝ่าย เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ทั้งนี้จึงควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาสาเหตุของทั้งสองฝ่าย โดยแพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุ หากเป็นฝ่ายชายส่วนมากก็จะซักประวัติส่วนตัวและตรวจเชื้ออสุจิ เพราะฉะนั้นจึงควรงดการหลั่งอสุจิประมาณ 2-7 วันก่อนมาพบแพทย์…

ภาวะแทรกซ้อนจากมดลูกหย่อน

แผลพุพองหรือฝี ผู้ป่วยที่เกิดภาวะมดลูกหย่อนอย่างรุนแรงอาจเกิดแผลที่มดลูก เนื่องจากผนังมดลูกที่โผล่ออกมาจากช่องคลอดเสียดสีกับเสื้อผ้า ทำให้ช่องคลอดเกิดแผล ทั้งนี้ บางรายอาจเกิดการติดเชื้อที่แผลร่วมด้วย ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก

ตกขาวของคู่กายผู้หญิง

  ตกขาวเป็นสิ่งที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด และสิ่งนั้นไม่ใช่เลือด ดังนั้นตกขาวจึงมีสีอะไรก็ได้ตามภาวะที่เกิดขึ้นช่วงนั้น ส่วนใหญ่จะมีสีขาว แต่บางครั้งอาจมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเรามาดูความแตกต่างของตกขาวปรกติ กับตกขาวที่ไม่ปรกติกัน ตกขาวปกติ เป็นตกขาวที่พบได้ในภาวะปรกติ  ตกขาวแบบนี้มีสีขาว คล้ายแป้งเปียก  มีปริมาณไม่มาก ไม่คัน กลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย  ไม่เหม็น ในบางช่วงอาจมีปริมาณมากขึ้นเล็กน้อย เช่น  ช่วงก่อนมีรอบเดือน หลังมีรอบเดือน ช่วงไข่ตก หรือในช่วงตั้งครรภ์  ตกขาวเป็นสารที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด ส่วนสิ่งที่ถูกขับออกมานั้นมาจากต่อมต่างๆ ในระบบสืบพันธุ์  ซึ่งได้แก่ น้ำที่หลั่งจากต่อมใต้ผิวหนัง  บริเวณช่องคลอด เพื่อหล่อลื่นปากช่องคลอด เซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดที่หลุดลอกออกมา มูกจากต่อมที่ปากมดลูก โปรตีน  เกลือแร่  ที่มาจากผนังช่องคลอด  เยื่อบุโพรงมดลูก และหลอดมดลูก กรดแลคติคซึ่งแบคทีเรียในช่องคลอดสร้างจากไกลโคเจน  ของเยื่อบุผนังช่องคลอด ตกขาวที่ไม่ปกติ คือตกขาวที่มีปริมาณมาก   มีกลิ่นเหม็น ลักษณะอาจเป็นหนอง  มูกปนหนอง ปนเลือด มีฟอง และมักมีอาการอื่นๆ ประกอบด้วย  เช่น คัน แสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด หรือปวดท้องน้อยร่วมด้วยก็ได้  ช่องคลอดอักเสบ  ซึ่งมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  เชื้อพยาธิ…

ช่องคลอดแห้ง ถึง คราวแห้ง คัน

    อวัยวะส่วนสำคัญของคุณผู้หญิงนี้ โดยธรรมชาติแล้วจะมีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน ซึ่งจะมีฤทธิ์กระตุ้นให้เยื่อบุผนังช่องคลอดมีการผลิตน้ำหล่อลื่น ทำให้เกิดความชุ่มชื้น และมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ อันจะเป็นการช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ในเบื้องต้น ดังนั้นปัจจัยที่ผิดไปจากธรรมชาติทั้งหลาย ก็ย่อมจะทำให้เกิดปัญหาช่องคลอดแห้งเกินไปตามมา สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง 1.การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น กรณีที่เข้าสู้วัยหมดระดุหรือวัยทอง ภาวะถุงน้ำหรือเนื้องอกที่รังไข่ซึ่งทำให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ไม่เกิดการสร้างไข่หรือตกไข่ตามธรรมชาติ รวมไปถึงโรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น ความไม่สมดุลของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น 2.อากาศเย็นจัด เป็นปัจจัยให้ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ สูญเสียความชุ่มชื้นได้โดยง่าย 3.การระคายเคือง จากการแพ้สารต่างๆ เช่น ขอบกางเกงชั้นในผ้าอนามัย แป้งหรือครีมบำรุงทั้งหลายที่ใช้ทาในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดผื่นแดง คัน เยื่อบุแห้ง และระคายเคือง 4.ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำมากเกินไป เช่นดื่มน้ำน้อย หรือมีการสูญเสียน้ำ จากการมีไข้ จากเหงื่อ หรือภาวะท้องร่วงรุนแรง 5.สุขอนามัยที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการล้างด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างสูงเกินไป ตลอดจนการใช้น้ำยาต่างๆ ที่โฆษณาว่าใช้ล้างจุดซ่อนเร้นซึ่งมักผสมสารที่ให้กลิ่นหอม และบ่อยครั้งทำให้ช่องคลอดแห้ง อาการและปัญหาที่ตามมา การที่เยื่อบุผนังช่องคลอดแห้งเกินไปนั้น อาการแรกที่พบบ่อยที่สุดก็คือ อาการคัน ซึ่งจะเป็นการคันที่รุนแรงและทรมานมาก ทั้งนี้เพราะเวลาคันนั้น จะเอามือไปเกาเหมือนเวลาที่เราคันตามแขนขานั้นก็ย่อมทำไม่ได้โดยง่าย เพราะตรงนั้นน้องสาวนั่นเป็นช่องหลืบลึกเข้าไปข้างในต้องล้วงนิ้วเข้าไปไปเกา ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลฉีกขาดจากความคมของเล็บที่ไปครูด…

“ปีกมดลูกอักเสบ”

ปีกมดลูกอักเสบ การอักเสบของท่อรังไข่ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ระหว่างอายุ15-45 ปี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผ่านช่องคลอดเข้าไปทางปากมดลูกขึ้นไปในโพรงมดลูกบางครั้งอาจพบการติดเชื้อร่วมกันในหลายตำแหน่ง และเรียกรวมๆ กันว่า “อุ้งเชิงกรานอักเสบ”